

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 โดยสินในน้ำ✍️….พระพุทธองค์ทรงสอนว่า เมตตา ไม่ได้มีไว้เพียงสำหรับมนุษย์ แต่แผ่ไปถึงสรรพสัตว์ทุกชีวิต เมื่อหัวใจเต็มไปด้วยความเมตตา โลกก็จะเต็มไปด้วยความสงบ และธรรมชาติจะกลับมาเบ่งบานอีกครั้ง ชีวิตทุกชีวิตล้วนมีคุณค่า และควรได้รับโอกาสในการมีชีวิตอย่างปลอดภัย….ข้อมูลนี้ขอมอบแด่พี่น้องทั้งหลาย ที่กำลังจะเป็นคนแก่ และกำลังจะปีนเขาชีวิตลูกสุดท้าย คงจำกันได้เมื่อตอนที่เราอายุ 20 ปี เราคิดว่าตัวเองเป็นอมตะทนนอนตีสอง ตื่นหกโมง กินเหล้า กินบุฟเฟ่ต์ เพราะคิดว่ายังเป็นซุปเปอร์แมน ทนแดดทนฝน การเจ็บไข้ได้ป่วยแทบไม่ต้องถามหา ปวดนั้ยปวดนี้ก็แทบไม่มีเลย กินมันทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า ร่างกายข้ายังไหว พออายุเข้าเลข 40 เริ่มไว้พุง เริ่มมีไขมัน เริ่มมีหมอนรองกระดูก ส่งข้อความเตือน แต่ก็ยังปากดีอีกว่า ข้ายังหนุ่มอยู่ พออายุเข้าเลข 60 เดินผ่านร้านทองไม่มองแล้ว มองแต่ร้านขายยา และเริ่มรู้จักหมอมากกว่าดารา และพออายุเข้าเลข 70 ยินดีต้อนรับเข้าสู่ภารกิจพิเศษ มุ่งสู่ 80 ทศวรรษแห่งการซ่อมบำรุง รถยนต์ 10 ปี เรียกว่ารถเก่า บ้าน 30 ปี เรียกว่าบ้านเก่า แต่ร่างกายที่ใช้งานมา 70 ปี ยังสตาร์ตติดทุกเช้า ถือว่าเป็นสินค้าคุณภาพ ระดับตำนานแล้ว…อะไหล่บางชิ้นเริ่มมีเสียง บางชิ้นเรี่มหลวม บางชิ้นเริ่มหาย โดยเฉพาะความจำ เดินเข้าห้องนึกไม่ออกว่าจะมาทำอะไร บางคนเดินหาแว่นสายตาทั่วบ้านหายังไงก็ไม่เจอ จนมีคนมาทักว่าแว่นอยู่บนหัว ถึงนึกได้ว่าแว่นมันอยู่ที่นี่เอง หาแทบตาย ยังมีแย่กว่านี้อีก บางคนหาโทรศัพท์มือถือค้นทั่วบ้านหายังไงก็หาไม่เจอ จนอยากกินน้ำไปเปิดตู้เย็นเห็นโทรศัพท์วางอยู่ในตู้เย็น มันเป็นอย่างงี้จริง ๆ ตอนสมัยหนุ่ม ๆ มีนามบัตรใบเดียว พอแก่ขึ้น มีบัตรโรงพยาบาลหลายใบ โดยเฉพาะใบนัดของหมอ หมอแต่ละแผนกเรียกชื่อได้สนิทกว่าญาติบางคนเสียอีก บางวันเปิดกล่องยาเหมือนเปิดร้านขายยาเคลื่อน ที่ยาแต่ละสีกินแก้สำหรับอะไรรู้หมด กินจนสงสัยว่า อาหารคือของแถม หรือยาเป็นอาหารหลักกันแน่….ภัยร้านที่เป็นของคู่กันกับคนแก่ คือพื้นห้องน้ำที่เปี๊ยก เมื่อก่อนเวลาล้มแล้วหัวเราะไม่เป็นอะไร เพราะยังหนุ่มแน่นกระดูกยังแข็งแรง เดี๋ยวนี้ล้มแล้วทั้งบ้านร้องไห้ เดินผ่านห้องน้ำต้องใช้สมาธิมากกว่าตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสียอีก สำหรับเพื่อน ๆ ในรุ่นเดียวกัน เริ่มหายไปทีละคน สองคน เมื่อก่อนงานแต่งเยอะ ทุกเสาร์มีงานเลี้ยงทุกอาทิตย์มีงานสังสรรค์ พอแก่ขึ้นเริ่มเปลี่ยนเป็นงานเยี่ยมไข้ ตามด้วยงานฌาปนกิจ จนบางครั้งเจอเพื่อนเก่า คำถามแรกไม่ใช่ สบายดีไหม แต่เป็น ยังอยู่อีกเหรอ แล้วหัวเราะพร้อมกัน เพราะทุกคนเข้าใจ เคล็ดลับสู่ 80 อย่ารีบ สมัยหนุ่มรีบเรียน รีบทำงาน รีบสร้างฐานะ รีบทุกอย่าง พอแก่จึงค้นพบว่า สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต หลายอย่างต้องใช้เวลา ดังนั้น เดินช้าได้ แต่ห้ามหยุดเดิน กินให้น้อยลง แต่ก่อนเคยกินแบบไหน เดี๋ยวนี้กินเพื่อไม่ให้หมอเอากำไร อิ่มแปดส่วนดีที่สุด อายุ 75 ปี ถ้าใครมาถึงจุดนี้ได้ ขอแสดงความยินดีที่คุณผ่านครึ่งทางของด่านหินมาแล้ว
….สินในน้ำ


